To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

เรียน ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน

จากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2560 ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยสามารถขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 3 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าและขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอดคล้องกับการบริโภคภาคเอกชนที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2561 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 3.8 โดยสิ่งหนึ่งที่สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมคือความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index)ในปี 2560 ที่เติบโตขึ้นจากปี 2559 มากกว่าร้อยละ 13 และสามารถทำสถิติที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันเปิดทำการวันแรกของปี 2561 และสูงสุดในรอบ 43 ปีนับตั้งแต่เปิดทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560 ส่งผลให้หลักทรัพย์ “RATCH” ของบริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีทั้ง SET50 และ SET100 นอกจากนี้บริษัทยังได้รับรางวัลหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2560 (Thailand Sustainability Investment 2017) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจของบริษัทอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแน่วแน่ที่จะเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถภายในองค์กรเพื่อความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทพลังงานครบวงจรชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้ได้เต็มประสิทธิภาพ และพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทัง้ในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัท ยังมีกลยุทธ์ในการแสวงหาพันธมิตรเพื่อขยายการลงทุนสู่ธุรกิจไฟฟ้าในตลาดและแสวงหาโอกาสและทางเลือกใหม่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงินสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ในปี 2560 บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 6,496 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ โรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กราชบุรีเวอลด์โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร โรงไฟฟ้าพลังงานลม ห้วยบง 2 และ 3 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ต้าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเพาเวอร์โคราช 3 4และ 7 โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลสงขลา ไบโอแมส รวมทั้งโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ-น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังงานลมในประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้บริษัทยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ ธุรกิจให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าโดยบริษัท ชูบุราชบุรีอีเลคทริคเซอร์วิส จำกัด และบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด ซึ่งโรงไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทในปี 2560 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 45,573 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีโครงการโรงไฟฟ้าและธุรกิจ เกี่ยวเนื่องที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้นเทียบเท่ากับอีก884 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Mount Emerald โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Collinsville และการเสริมการให้บริการกู้คืนระบบโรงไฟฟ้า Kemerton ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จและจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2561 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และโครงการ โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ในจังหวัดราชบุรี มีกำหนดแล้วเสร็จและจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู(ช่วงแคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) กำหนดแล้วเสร็จและจะเริ่มให้บริการได้ในปี 2564 โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fangchenggang II ในสาธารณรัฐประชาชนจีน และโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม Riau ในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กำหนดแล้วเสร็จและจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2564

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 บริษัทยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการลงทุนในโครงการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วยความรอบคอบและเสริมสร้างสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยปี 2560บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 46,438 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับปีเป็นจำนวน 6,107 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานะการเงินที่แข็งแกร่งและการลงทุนที่รอบคอบและระมัดระวัง ได้แก่ การประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AAA” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”หรือ “คงที่” การคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AAA”ซึ่งเป็นอันดับเครดิตองค์กรสูงสุด สะท้อนถึงสถานะผู้นำของบริษัทในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีกระแสเงินสดที่แน่นอนจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ มีผู้ซื้อไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือทางการเงินรวมถึงการมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนี้แนวโน้มอันดับเครดิต“Stable” หรือ “คงที่” ยังคงสะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะได้รับกระแสเงินสดที่แน่นอนจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวและคาดว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอยู่ในระดับเหมาะสมเมื่อพิจารณาจากแผนการเติบโตและการลงทุนโดยภาพรวมของบริษัท

ในส่วนของการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทยังคงยึดมั่นบนหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงการสร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืนประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ โปร่งใส และปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมโดยสะท้อนให้เห็นได้จากการประกาศผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Report)ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2560 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2017)โดยความร่วมมือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยซึ่งบริษัทได้รับการประเมินที่ระดับ “ดีเลิศ” มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับร้อยละ 93 ซึ่งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมที่ร้อยละ 80 จากจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นรวม 620 บริษัท และได้รับรางวัลรายงานความยั่งยืนดีเด่นประจำปี 2560 (Sustainability Report Award 2017) จาก CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ด้านการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการคนรักษ์ป่าป่ารักชุมชน โครงการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนและ ความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนอย่างมีส่วนร่วมโครงการพลังงานชุมชน โครงการ @CareLine เครือข่ายปันสุข โครงการสุขสูงวัย สร้างไทยแข็งแรง โครงการภุมรี พลังสตรี...พลังรักษ์สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมพนักงานจิตอาสา เป็นต้น ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การอนุรักษ์พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนเพื่อรักษาแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางธรรมชาติและลดภาวะโลกร้อน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย และ อาชีวอนามัยแก่เยาวชน รวมถึงการปลูกฝังให้พนักงานมีจิตสำนึกการแบ่งปันและการทำงานสาธารณประโยชน์เพื่อตอบแทนสังคม เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และบริษัทเชื่อมั่นว่าแนวทางการบริหารจัดการภายใต้แผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้จะสามารถพัฒนาและนำพาบริษัทให้เติบโตเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำครบวงจรที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟกในอนาคตอันใกล้นี้


(นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์)
ประธานกรรมการ
31 ธันวาคม 2560